วารสาร ประจำเดือน กรกฎาคม 2560       วารสารประจำเดือนมิถุนายน 2560       ขอเชิญใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการสืบค้น ประจำปีการศึกษา 2560       ขอเชิญทดลองใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ Drama Online       ขอเชิญทดลองใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ Bloomsbury Fashion Central        ขอเชิญทดลองใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ Bloomsbury Collection”       รายชื่อหนังสือ ปี2560       กลุ่มงานวิทยบริการร่วมปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ ประจำปี 2560 และแนะนำห้องสมุด มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์       ขอเชิญทดลองใช้ฐานข้อมูลวารสาร Britannica Online Academic       ขอเชิญทดลองใช้สารานุกรมออนไลน์ Britannica Online Academic Edition     
     เมนูหลัก
  หน้าหลัก
  เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
  การบริการของห้องสมุด
  ข่าวภาพ/กิจกรรม
  ปฏิทินกิจกรรม
  ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
  Administrator
     ห้องสมุดกฎหมาย
  ข้อมูลทั่วไป
  สืบค้นหนังสือกฎหมาย
  สืบค้นราชกิจจานุเบกษา
  สืบค้นกฏหมายฏีกา
     ทรัพยากรสารสนเทศ
  ฐานข้อมูลออนไลน์
  สืบค้นฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ต่างประเทศ
  สืบค้นวิทยานิพนธ์ไทย TDC
  ฐานข้อมูล E-Book
  ฐานข้อมูลกฤตภาค
  สืบค้นฐานข้อมูลบทความ Proceeding
  Thai Journal Impact Factor
  ทรัพยากรสารสนเทศ
     อาเซียนศึกษา
  ประเทศใน AEC
  ความเป็นมา AEC
  AEC BLUEPRINT
  กฎบัตรอาเซียน
     ลิงค์ที่น่าสนใจ
  สนง.คณะกรรมการการอุดมศึกษา
  สำนักงาน ก.พ.
  สนง.นคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
  สำนักงานประกันสังคม
  สำนักงบประมาณ
  สำนักงาน ก.พ.ร.
  สำนักงาน สมศ.
     สถิติการเข้าชมเว็บไซต์
 ขณะนี้ออนไลน์ :  1
 เยี่ยมชมวันนี้ :  50
 เยี่ยมชมเดือนนี้ :  3,096
 เยี่ยมชมปีนี้ :  17,630
 เยี่ยมชมทั้งหมด :  194,541
 IP :  54.162.27.162
 เริ่มนับวันที่  1 กันยายน 2554

  วันเข้าพรรษา
  วันเข้าพรรษา คือ วันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ แห่งใดแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ฤดูฝนมีกำหนด 3 เดือนตามพระวินัยบัญญัติ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น โดยทั่วเรียกกันว่า จำพรรษา

ประวัติของวันเข้าพรรษา

        ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์สาวกอยู่ประจำพรรษา เหล่าภิกษุสงฆ์จึงต่างพากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนาในที่ต่างๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ต่อมาชาวบ้านได้พากันติเตียนว่า พวกสมณะไม่ยอมหยุดพักสัญจรแม้ในฤดูฝนในขณะที่นักบวชในศาสนาอื่น พากันหยุดเดินทางในช่วงฤดูฝน การที่พระภิกษุสงฆ์จาริกไปในที่ต่างๆ แม้ในฤดูฝน อาจเหยียบยำข้าวกล้าของชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรืออาจไปเหยียบยำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากิน  จนถึงแก่ความตาย  เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน พระสงฆ์ที่เข้าจำนำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่หากมีกรณีจำเป็น 4 ประการต่อไปนี้ ภิกษุผู้อยู่พรรษาสามารถไปค้างที่อื่นได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการขาดพรรษา แต่ต้องกลับมาภายในคระยะเวลา 7 วัน คือ

1. ไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย

2. ไประงับไม่ให้ภิกษุสึก

3. ไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์

4. ทายกนิมนต์ไปฉลองศรับธาในการบำเพ็ญกุศลของเขา

วันเข้าพรรษา กำหนดเป็น 2 ระยะ คือ

1. ปุริมพรรษา คือ วันเข้าพรรษาต้น ตรงกับวันแรม 1 ค่ เดือน 6 ของทุกปี

2. ปัจฉิมพรรษา คือ วันเข้าพรรษาหลัง สำหรับปีอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ตรงกับวันแรม 1 คำ เดือน 8 หลัง

ประโยชน์ในการเข้าพรรษาของพระภิกษุสงฆ์

1. พระภิกษุสงฆ์จะได้พักผ่อนหลังจากที่เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นเวลานาน

2. เพื่อให้พระสงฆ์มีเวลาศึกษาพระธรรมวินัยมากขึ้น

3. เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านได้บำเพ็ญกุศล

 โดยปรกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฏฐบริขารอันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในเข้าพรรษานับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา

   “ผ้าจำนำพรรษา” คือผ้าที่ทายกถวายแก่พระสงฆ์ผู้อยู่จำพรรษาครบแล้วในวัดนั้น ภายในเขตจีวรกาล เรียกอีกอย่างว่า “ผ้าวัสสาวาสิกสาฎิกา”

   “ผ้าอาบน้ำฝน” คือผ้าสำหรับอธิษฐานไว้ใช้นุ่งอาบน้ำฝนตลอด ๔ เดือนแห่งฤดูฝน เรียกอีกอย่างว่า “ผ้าวัสสิกสาฏิกา”